กระดูกสัตว์ป่น (Animal bone meal)

BIO-035

กระดูกสัตว์ป่น Animal bone meal


ราคา

ปกติ 40฿

พิเศษ 35฿

กระดูกป่น คืออะไร (Bone Meal)? คุณสมบัติ ประโยชน์ และวิธีใช้งาน

กระดูกป่น (Bone Meal) คืออะไร?

กระดูกป่น ภาษาอังกฤษเรียกว่า Bone Meal เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจากกระดูกสัตว์ซึ่งผ่านกระบวนการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ อบแห้ง และบดให้เป็นผงหรือเม็ดละเอียด

กระดูกป่นเป็นแหล่งธาตุอาหารที่สำคัญ โดยเฉพาะ ฟอสฟอรัส (P) และ แคลเซียม (Ca) ซึ่งมีบทบาทต่อการเจริญเติบโตของราก การออกดอก การติดผล และความแข็งแรงของโครงสร้างพืช

เนื่องจากกระดูกป่นปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นปุ๋ยรองพื้น ผสมดินปลูก หรือใช้บำรุงพืชในระยะยาว ทั้งในงานปลูกผัก ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ และงานผลิตวัสดุปลูก


ชื่อภาษาอังกฤษ

  • Bone Meal
  • Ground Bone Meal
  • Organic Bone Meal
  • Steamed Bone Meal

คุณสมบัติของกระดูกป่น

กระดูกป่นมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้

  • เป็นแหล่งฟอสฟอรัสจากธรรมชาติ
  • มีแคลเซียมช่วยเสริมความแข็งแรงของพืช
  • ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของระบบราก
  • ช่วยกระตุ้นการออกดอกและการติดผล
  • ปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างช้า ๆ และต่อเนื่อง
  • เหมาะสำหรับใช้เป็นปุ๋ยรองพื้น
  • ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน
  • สามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ชนิดอื่นได้
  • เหมาะสำหรับงานเกษตรอินทรีย์และการผลิตวัสดุปลูก

ปริมาณธาตุอาหารของกระดูกป่นอาจแตกต่างกันตามชนิดวัตถุดิบและกระบวนการผลิต จึงควรตรวจสอบข้อมูลวิเคราะห์ของสินค้าแต่ละล็อตก่อนใช้งานในเชิงพาณิชย์


ประโยชน์ของกระดูกป่น

1. ช่วยเร่งการแตกราก

ฟอสฟอรัสมีบทบาทสำคัญต่อการแบ่งเซลล์และการพัฒนาของระบบราก ช่วยให้พืชสร้างรากใหม่ได้ดี รากแข็งแรง และสามารถดูดน้ำกับธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระดูกป่นจึงเหมาะสำหรับใช้ในช่วงเตรียมดิน รองก้นหลุม หรือย้ายปลูกต้นกล้า

2. ช่วยส่งเสริมการออกดอก

พืชที่ได้รับฟอสฟอรัสอย่างเพียงพอมักมีการพัฒนาตาดอกและการออกดอกที่ดีขึ้น เหมาะสำหรับไม้ดอก ไม้ผล และพืชที่ต้องการเร่งการสร้างดอก

3. ช่วยเพิ่มการติดผล

ฟอสฟอรัสช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างดอกและพัฒนาผล เมื่อใช้ในอัตราที่เหมาะสมร่วมกับธาตุอาหารอื่น จะช่วยให้พืชมีความสมบูรณ์และติดผลได้ดีขึ้น

4. ช่วยเสริมความแข็งแรงของพืช

แคลเซียมในกระดูกป่นช่วยเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้ลำต้น กิ่ง ราก และเนื้อเยื่อของพืชมีความแข็งแรงมากขึ้น

5. ปลดปล่อยธาตุอาหารในระยะยาว

กระดูกป่นมีการสลายตัวค่อนข้างช้า จึงสามารถปลดปล่อยฟอสฟอรัสและแคลเซียมอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับใช้เป็นปุ๋ยรองพื้นหรือผสมในวัสดุปลูกที่ต้องการธาตุอาหารระยะยาว

6. ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน

เมื่อกระดูกป่นค่อย ๆ สลายตัว จะช่วยเพิ่มธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดิน ส่งเสริมกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช


กระดูกป่นเหมาะสำหรับพืชชนิดใด?

กระดูกป่นสามารถใช้กับพืชได้หลายประเภท เช่น

  • ไม้ดอก
  • กุหลาบ
  • กล้วยไม้บางชนิด
  • ไม้ผล
  • มะม่วง
  • ทุเรียน
  • มะนาว
  • ส้ม
  • พืชผักกินผล
  • มะเขือเทศ
  • พริก
  • แตง
  • พืชหัว
  • มันฝรั่ง
  • แครอท
  • ไม้ประดับ
  • พืชกระถาง
  • กล้าไม้และกิ่งชำ

  จุดเด่นของกระดูกป่น

  • ฟอสฟอรัสจากธรรมชาติ
  • มีแคลเซียมช่วยเสริมความแข็งแรง
  • ช่วยพัฒนาระบบราก
  • ช่วยส่งเสริมการออกดอก
  • ช่วยสนับสนุนการติดผล
  • ปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้เป็นปุ๋ยรองพื้นได้ดี
  • เหมาะสำหรับผสมดินปลูก
  • ใช้ได้กับพืชหลายชนิด
  • สามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ชนิดอื่นได้
วิธีใช้งาน

วิธีใช้งานกระดูกป่น

1. ใช้รองก้นหลุมปลูก

ใส่กระดูกป่นลงในหลุมปลูก แล้วคลุกเคล้ากับดินหรือปุ๋ยหมักก่อนนำต้นพืชลงปลูก

อัตราแนะนำทั่วไป:

  • ไม้กระถางขนาดเล็ก: ประมาณ 5–15 กรัมต่อกระถาง
  • ไม้กระถางขนาดกลาง: ประมาณ 15–30 กรัมต่อกระถาง
  • ไม้ผลหรือไม้ยืนต้น: ประมาณ 50–200 กรัมต่อหลุม

ควรปรับอัตราตามขนาดต้น อายุพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน

2. ใช้โรยรอบโคนต้น

โรยกระดูกป่นรอบบริเวณทรงพุ่ม หลีกเลี่ยงการกองชิดโคนต้นโดยตรง จากนั้นพรวนดินเบา ๆ และรดน้ำตาม

3. ใช้ผสมดินปลูก

สามารถผสมกระดูกป่นในดินปลูกหรือวัสดุปลูกในอัตราประมาณ 0.5–2% ของปริมาตรวัสดุปลูก หรือปรับตามสูตรและชนิดพืช

ควรผสมให้กระจายทั่ววัสดุปลูก เพื่อป้องกันการสะสมของธาตุอาหารเฉพาะจุด

4. ใช้ในแปลงผักและแปลงดอกไม้

หว่านกระดูกป่นให้ทั่วแปลง แล้วพรวนให้เข้ากับหน้าดินก่อนปลูก จากนั้นรดน้ำให้ดินมีความชื้น

5. ใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ชนิดอื่น

กระดูกป่นสามารถใช้ร่วมกับ

  • ปุ๋ยหมัก
  • มูลวัว
  • มูลไก่
  • มูลไส้เดือน
  • มูลค้างคาว
  • เลือดแห้ง
  • สาหร่ายทะเล
  • ฮิวมิค
  • วัสดุปรับปรุงดิน

การใช้กระดูกป่นร่วมกับเลือดแห้งจะช่วยเพิ่มทั้งไนโตรเจนและฟอสฟอรัส แต่ควรกำหนดอัตราให้เหมาะสมกับชนิดพืชและระยะการเจริญเติบโต


กระดูกป่นกับเลือดแห้งต่างกันอย่างไร?

กระดูกป่น (Bone Meal) เน้นให้ฟอสฟอรัสและแคลเซียม เหมาะสำหรับบำรุงราก เร่งดอก และช่วยการติดผล

เลือดแห้ง (Blood Meal) มีไนโตรเจนสูง เหมาะสำหรับเร่งการเจริญเติบโตทางใบ ลำต้น และเพิ่มความเขียวของพืช

ดังนั้น หากต้องการบำรุงใบควรเน้นเลือดแห้ง แต่หากต้องการพัฒนาราก ดอก และผล ควรเลือกใช้กระดูกป่น หรือใช้ร่วมกันในอัตราที่สมดุล


ข้อควรระวังในการใช้กระดูกป่น

  • ไม่ควรใช้ในปริมาณมากเกินไป
  • ควรคลุกเคล้ากับดิน ไม่ควรวางกองสัมผัสรากโดยตรง
  • ควรรดน้ำหลังใส่เพื่อช่วยให้กระดูกป่นเริ่มสลายตัว
  • ไม่ควรใช้แทนปุ๋ยหลักทุกชนิด เพราะกระดูกป่นมีไนโตรเจนและโพแทสเซียมค่อนข้างต่ำ
  • ควรใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยสูตรอื่นเพื่อให้ธาตุอาหารครบถ้วน
  • ในดินที่มีค่าความเป็นด่างสูง ฟอสฟอรัสจากกระดูกป่นอาจละลายออกมาได้ช้าลง
  • ควรเก็บในภาชนะปิดสนิท ในที่แห้ง และหลีกเลี่ยงความชื้น
  • ควรเก็บให้ห่างจากสัตว์เลี้ยง เนื่องจากกลิ่นของผลิตภัณฑ์อาจดึงดูดสัตว์