ดินอะคาดามะ (AKADAMA SOIL)

BIO-023

ดินอะคาดามะ AKADAMA SOIL

14 ลิตร


ราคา

ปกติ 490฿

พิเศษ 420฿

ดินอะคาดามะ (Akadama Soil)

ดินอะคาดามะ (Akadama Soil) คืออะไร

ดินอะคาดามะ (Akadama Soil) คือดินภูเขาไฟธรรมชาติคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น เกิดจากการผุพังของเถ้าภูเขาไฟผ่านกระบวนการทางธรรมชาติเป็นเวลานาน จนมีโครงสร้างเป็นเม็ดแข็ง มีรูพรุนจำนวนมาก สามารถกักเก็บน้ำและธาตุอาหารได้ดี พร้อมทั้งระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำว่า "Akadama" (赤玉土) ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า "ดินเม็ดสีแดง" เนื่องจากลักษณะของเม็ดดินมีสีน้ำตาลแดงอ่อน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุปลูกชนิดนี้

ดินอะคาดามะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น และทั่วโลก สำหรับการปลูกบอนไซ ไม้อวบน้ำ กระบองเพชร กล้วยไม้ ไม้ประดับ รวมถึงพืชที่ต้องการระบบรากแข็งแรงและการระบายน้ำที่ดี

 

Volume: 14 Litres 

มิติของสินค้า โดยประมาณ  : 35 cm (W) x 50 cm (L) x 10 cm (T)

น้ำหนัก โดยประมาณ         :10 KG 

 

ข้อมูลจำเพาะสินค้า (Product Specifications)

รายการ รายละเอียด
วัสดุ (Material) ดินภูเขาไฟธรรมชาติ 100% จากจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น (ไม่มีสารยึดเกาะหรือสารเติมแต่ง)
กระบวนการผลิต (Processing) ตากแห้งด้วยแสงอาทิตย์อย่างช้า ๆ ภายในโรงเรือน (Slow Sun-Drying) เพื่อรักษาโครงสร้างของเม็ดดิน
ขนาดเม็ด (Granule Sizes) SSS (1–2 มม.) / SS (2–3 มม.) / S (3–6 มม.) / M (6–10 มม.) / L (10–20 มม.)
บรรจุภัณฑ์ (Packaging) ถุงพลาสติก ขนาด 14 ลิตร
การใช้งาน (Applications) บอนไซ, ไม้อวบน้ำ, พืชอัลไพน์ (Alpine Plants), ไม้พุ่มดอก, ไม้ประดับ, ไม้กระถาง

คุณสมบัติของดินอะคาดามะ

1. โครงสร้างเม็ดแข็ง แข็งแรง

เม็ดดินมีความแข็ง ไม่แตกยุ่ยง่าย ช่วยรักษาโครงสร้างของวัสดุปลูกได้เป็นเวลานาน ทำให้ดินไม่แน่นตัว และช่วยให้รากพืชเจริญได้อย่างต่อเนื่อง


2. ระบายน้ำดีเยี่ยม

โครงสร้างรูพรุนภายในเม็ดดินช่วยให้น้ำส่วนเกินไหลผ่านได้รวดเร็ว ลดโอกาสเกิดน้ำขัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรครากเน่า


3. กักเก็บความชื้นได้เหมาะสม

แม้จะระบายน้ำได้ดี แต่รูพรุนขนาดเล็กภายในเม็ดดินยังสามารถเก็บน้ำไว้ให้รากพืชดูดใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความเครียดของพืชในช่วงอากาศร้อน


4. เพิ่มการถ่ายเทอากาศบริเวณราก

เม็ดดินช่วยสร้างช่องว่างภายในวัสดุปลูก ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ระบบรากได้ดี ส่งผลให้รากแข็งแรง แตกแขนงได้มาก และลดความเสี่ยงของโรคจากเชื้อรา


5. ช่วยกักเก็บธาตุอาหาร

พื้นผิวของดินอะคาดามะสามารถยึดเกาะธาตุอาหารไว้บริเวณราก ทำให้พืชดูดใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียธาตุอาหารจากการชะล้าง


6. ค่า pH เหมาะสมต่อการปลูกพืช

ดินอะคาดามะมีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับไม้ประดับและไม้กระถางหลายชนิด จึงช่วยให้พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างสมดุล


7. ปลอดภัยต่อระบบราก

เป็นวัสดุปลูกจากธรรมชาติ ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่มีการเติมสารเคมี และไม่ปลดปล่อยสารที่เป็นอันตรายต่อพืช


จุดเด่นของดินอะคาดามะ 

1. เม็ดดินแข็งแรง คงรูปได้ดี

ดินอะคาดามะมีโครงสร้างเม็ดที่แข็งแรง ทนต่อการรดน้ำซ้ำ ๆ ไม่แตกยุ่ยง่าย จึงช่วยรักษาโครงสร้างของวัสดุปลูกได้ยาวนาน

2. ระบายอากาศและระบายน้ำได้ดีอย่างต่อเนื่อง

เม็ดดินมีรูพรุนจำนวนมาก ทำให้รากได้รับออกซิเจนเพียงพอ พร้อมช่วยระบายน้ำส่วนเกินได้ดี แม้ใช้งานเป็นเวลานาน

3. ฝุ่นน้อย ขนาดเม็ดสม่ำเสมอ

ผ่านกระบวนการคัดขนาดอย่างพิถีพิถัน ทำให้มีฝุ่นน้อย เม็ดดินมีขนาดสม่ำเสมอ ช่วยให้การผสมวัสดุปลูกและการเจริญของรากมีประสิทธิภาพ

4. อายุการใช้งานยาวนาน

ด้วยความแข็งแรงของเม็ดดิน จึงช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนวัสดุปลูก เหมาะสำหรับไม้ที่ปลูกระยะยาว เช่น บอนไซ ไม้สะสม และไม้ประดับ

ประโยชน์ของดินอะคาดามะ

  • ช่วยให้ระบบรากแข็งแรง
  • ลดปัญหารากเน่า
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดูดน้ำและธาตุอาหาร
  • ลดการอัดแน่นของวัสดุปลูก
  • ช่วยควบคุมความชื้นได้ดี
  • เหมาะสำหรับการปลูกระยะยาว
  • เพิ่มคุณภาพของวัสดุปลูกระดับพรีเมียม

 

วิธีใช้งาน

วิธีการใช้งานดินอะคาดามะ (Akadama Soil)

ดินอะคาดามะสามารถใช้ปลูกพืชได้ทั้งแบบ ใช้เดี่ยว หรือ ผสมกับวัสดุปลูกชนิดอื่น เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของพืชแต่ละประเภท โดยขนาดเม็ดที่เลือกใช้ก็มีผลต่อการระบายน้ำและการเจริญของระบบราก

ขนาดเม็ดที่แนะนำ

  • เม็ดเล็ก 3–6 มม. เหมาะสำหรับต้นกล้า ไม้ขนาดเล็ก บอนไซขนาดเล็ก และไม้กระถางทั่วไป
  • เม็ดกลาง 6–10 มม. เหมาะสำหรับไม้ประดับ ไม้ใบ และไม้กระถางขนาดกลาง
  • เม็ดใหญ่ 10–18 มม. เหมาะสำหรับไม้กระถางขนาดใหญ่ บอนไซขนาดใหญ่ และใช้รองก้นกระถางเพื่อเพิ่มการระบายน้ำ

อัตราส่วนการผสม (ตัวอย่าง)

ประเภทพืช อัตราส่วนที่แนะนำ
ไม้ดอกทั่วไป ดินอะคาดามะ 7 ส่วน + ปุ๋ยหมักใบไม้ 3 ส่วน
งานจัดสวนและไม้ประดับ ดินอะคาดามะ 4 ส่วน + ดินดำ 2 ส่วน + ปุ๋ยหมัก 2 ส่วน + เศษใบไม้ 2 ส่วน
ไม้แขวน ดินอะคาดามะ 2 ส่วน + เวอร์มิคูไลต์ 2 ส่วน + เพอร์ไลต์ 2 ส่วน + พีทมอส 2 ส่วน
ไม้ดอกออกดอก ดินอะคาดามะ 7 ส่วน + ดินใบไม้ผุ 3 ส่วน
ไม้ใบในบ้าน ดินอะคาดามะ 4 ส่วน + ราใบไม้ 4 ส่วน + ดินร่วน 2 ส่วน
สมุนไพร ดินอะคาดามะ 6 ส่วน + ดินร่วน 4 ส่วน
ดอกเบญจมาศ ดินอะคาดามะ 4 ส่วน + ปุ๋ยหมักใบไม้ 5 ส่วน + ดินร่วน 1 ส่วน
บอนไซ (สน) ดินอะคาดามะ 6 ส่วน + ดินภูเขาไฟ 2 ส่วน + ทรายหยาบ 2 ส่วน
บอนไซ (ไม้ผลัดใบ) ดินอะคาดามะ 6 ส่วน + ทรายหยาบ 2 ส่วน + ทรายภูเขาไฟ 2 ส่วน
โกเก๋ (Kokedama) ใช้ดินอะคาดามะเพียงอย่างเดียว
คาลันเท (Calanthe) ดินอะคาดามะ 4 ส่วน + เปลือกไม้หมัก 3 ส่วน + ทรายหยาบ 3 ส่วน
กุหลาบ ดินอะคาดามะ 5 ส่วน + ปุ๋ยคอก 2 ส่วน + ปุ๋ยหมัก 2 ส่วน + ทราย 1 ส่วน

หมายเหตุ: อัตราส่วนข้างต้นเป็นแนวทางเบื้องต้น สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับสภาพอากาศ ความถี่ในการให้น้ำ และชนิดของพืชได้


คำแนะนำในการใช้งาน

  • ล้างฝุ่นออกเล็กน้อยก่อนใช้งาน หากต้องการลดฝุ่นในวัสดุปลูก
  • สามารถใช้เป็นวัสดุปลูกเดี่ยวสำหรับบอนไซหรือไม้ที่ต้องการการระบายน้ำดี
  • นิยมนำมาผสมกับ พีทมอส (Peat Moss), เพอร์ไลต์ (Perlite), เวอร์มิคูไลต์ (Vermiculite), พัมมิซ (Pumice) และ หินลาวา (Lava Rock) เพื่อเพิ่มความสมดุลของการอุ้มน้ำ การระบายน้ำ และการถ่ายเทอากาศ
  • ควรเปลี่ยนวัสดุปลูกใหม่เมื่อเม็ดดินเริ่มเสื่อมสภาพหรือแตกละเอียด เพื่อรักษาประสิทธิภาพของระบบราก